ประวัติส่วนตัวภาษาอังกฤษ

สำหรับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ต้องการเขียน ประวัติส่วนตัวภาษาอังกฤษ วันนี้ผมจะมาแนะนำเทคนิคสำหรับการเขียนกันนะครับ ว่ามีหลักการเขียนอย่างไร เหมาะสมหรือไม่ พร้อมทั้งตัวอย่างการใช้งานจริงให้ดูกันครับ

ก่อนอื่นเราต้องทำความรู้จักกับประวัติส่วนตัวกันเสียก่อน ว่ามีความเป็นมาอย่างไร มีส่วนใดสำคัญหรือไม่สำคัญบ้าง เราจึงจะสามารถเขียนประวัติส่วนตัวภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง หลังจากนั้นจึงไปดูตัวอย่างที่เป็นของจริงกันตามมาเลยครับ

ประวัติส่วนตัวภาษาอังกฤษหรือที่เรียกว่า Resume เป็นคำที่มาจากภาษาฝรั่งเศสนะครับ ความสำคัญของมันก็เท่ากันกับจดหมายสมัครงานนั่นหล่ะ สังเกตุได้ตามรับสมัครงานต่างๆ นายจ้างส่วนใหญ่ก็จะให้ส่ง Resume เข้าไปก่อนทั้งนั้นถูกมั๊ยครับ
รายละเอียดประวัติย่อใน Resume ถือเป็นประตูเลยนะครับที่จะบ่งบอกถึงคุณ ให้เขียนแบบกระทัดรัด แต่สามารถทำให้ผู้อ่านรู้ถึงความเป็นคุณให้ได้

Resume ที่ดีไม่ควรเกิน 2 หน้ากระดาษ A4 นะครับ และต้องเป็นกระดาษสีขาวที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะนักศึกษาที่จบใหม่ด้วยแล้ว ต้องเขียน Resume ให้จบใน 1 หน้ากระดาษเท่านั้น

อย่าเขียนคำย่อนะครับ ให้เขียนคำเต็ม เช่น วันเดือนปี ต้องเขียนคำเต็มเท่านั้น ส่วนคำอื่นๆจะย่อหรือไม่นั้นต้องดูตามความเป็นสากลครับ

ระวังเรื่องของการระบุงานอดิเรกที่เคยทำไว้ด้วย ว่าเหมาะสมที่จะเขียนหรือเปล่า ถ้ามันไม่เกี่ยวข้องกับงานที่สมัครเลย ก็อย่าเขียนนะครับ แต่ถ้าเป็นสิ่งที่น่าจะเกี่ยวข้องกันก็เขียนไปเลยครับ เช่น คุณสมัครตำแหน่งไอที แล้วงานอดิเรกของคุณคือ ชอบท่องเที่ยวหรือชอบฟังเพลงเอามากๆ อันนี้ก็ไม่เหมาะครับ ควรที่จะเป็นชอบอ่านหนังสือ จะเหมาะกว่าเพราะเป็นลักษณะของคนที่ศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลา

ทีนี้เรามาดูเรื่องของส่วนประกอบต่างๆของ Resume กันครับว่ามีอะไรบ้าง หลักๆเลยคือหัวเรื่อง ประกอบด้วยชื่อและที่อยู่ จุดนี้จะอยู่ด้านบนหัว ชื่อเราต้องใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ครับ ส่วนที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์จะใช้ตัวพิมพ์เล็กครับ

ส่วนต่อมาคือตำแหน่งที่เราต้องการสมัคร ให้ระบุชื่อตำแหน่งที่เปิดรับนั้นลงไปครับ หรือไม่ก็ตำแหน่งที่เราต้องการสมัครก็ได้ หรือสายงานที่ตัวเองต้องการอยากจะทำหรืออย่างใดอย่างหนึ่งครับ

เรื่องของการศึกษาที่เราจบมาว่าจบจากที่ไหน ปีอะไร คณะอะไร เป็นต้น ระบุลงไปได้เลยครับ แต่จะต้องเรียงจากจบล่าสุดก่อนเสมอ ไปจนถึงมัธยม ไม่ต้องถึงประถมหรอก ให้ระบุไปด้วยว่าผลการเรียนของเราเป็นอย่างไร มีวิชาพิเศษอื่นๆหรือเปล่า จุดนี้ผู้รับสมัครจะพิจารณานะครับ

ประสบการณ์การทำงานของเราที่ผ่านมาสำคัญมากนะครับ เพราะผู้รับจะพิจารณาในส่วนนี้มากที่สุดว่าเหมาะกับตำแหน่งงานหรือไม่ คุณจะต้องระบุวันเดือนปีที่เคยทำงานมา ที่อยู่ของที่ทำงาน และลักษณะของงานที่เคยทำมาด้วย

หากคุณมีคุณสมบัติพิเศษที่อยากจะนำเสนอ ก็สามารถเสนอได้ครับ หากไม่มีก็ไม่เป็นไรถือว่าไม่ผิด แต่ถ้าหากมีคุณก็จะได้รับการพิจารณาที่จุดนี้

เรื่องของรายละเอียดส่วนตัว ขอเน้นย้ำตรงนี้เลยนะครับว่าจะต้องเขียนให้ครบซึ่งประกอบไปด้วย เพศ อายุ วันเดืนปีเกิด ส่วนสูง น้ำหนัก ที่อยู่ สถานะการสมรส ศาสนา สถานภาพทางทหาร สถานที่เกิด สัญชาติและเชื้อชาติ เป็นต้น คุณอาจจะเพิ่มงานอดิเรกเข้าไปในส่วนนี้ด้วยก็ได้ครับ

เรื่องของบุคคลอ้างอิงถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอีกจุดหนึ่ง เนื่องจากนายจ้างจะมองว่าเขาสามารถมองหาคนอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ ที่จะรับรองในตัวคุณได้หรือไม่ เพราะฉนั้นเขาจึงมองไปที่นางจ้างเก่าของคุณเป็นสำคัญ บุคคลอ้างอิงจึงน่าจะเป็นนายจ้างเก่าของคุณเหมาะสมที่สุด อันนี้เป็กรณีที่คุณลาออกจากงานเรียบร้อยแล้ว หากยังไม่ออกจากงานอาจใช้ครูอาจารย์ที่เราเรียนด้วยก็ได้ แต่ห้ามใช้ญาติของคุณเด็ดขาด เพราะน้ำหนักความน่าเชื่อถือน้อย

ในการใช้บุคคลอ้างอิงควรใช้อย่างน้อย 2-3 คน พร้อมทั้งอาชีพและที่อยู่ของบุคคลที่อ้างอิงด้วยเสมอ บางบริษัทอาจให้คุณส่งรายชื่อบุคคลอ้างอิงในภายหลังได้ เนื่องจากคุณอาจเกรงนายจ้างเก่ารู้ พึงระลึกเสมอว่านายจ้างทุกคนเปิดใจไม่เหมือนกัน

ทีนี้เรามาดูตัวอย่างประวัติส่วนตัวภาษาอังกฤษกันว่าส่วนใหญ่แล้วเขียนกันอย่างไร ที่คุณเคยเขียนมาถูกต้องหรือไม่ ซึ่งได้นำเอาแบบที่นิยมใช้กัน่วนใหญ่มานำเสนอ เรามาดูกันเลยครับ