สํานวนภาษาอังกฤษ


การรู้ในเรื่องของคำคมหรือ สุภาษิตภาษาอังกฤษ ทำให้เราทราบในเรื่องของ สำนวนภาษาอังกฤษ ว่าจะใช้ได้อย่างไร สามารถใช้ในกรณีไหน อาจรวมถึงค่านิยมและความเชื่อที่แฝงอยู่ในคำนั้นๆ ที่เจ้าของภาษาต้องการสื่อออกมาให้เรารับรู้ ทำให้เราได้รับประโยชน์ในด้านของคุณธรรมและจริยธรรมที่ถ่ายทอดออกมาอีกด้วย มาดูกันครับว่าสำนวนภาษาอังกฤษที่จะนำเสนอนี้มีอะไรบ้าง

อุบัติเหตุต่างๆมักจะเกิดขึ้นจากการขาดความระวัง >> An accident is due to lack of proper care.

Don’t charge your memory with too many facts. << อย่าใช้สมองในการจดจำให้มากเกิน

คนบ้าไม่ต้องรับผิดในสิ่งที่ตัวเองทำ >> A mad man is not responsible for his actions.

It’s a sad house where the hen crows louder than the cock. >> สามีผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวต้องเป็นช้างเท้าหน้า ส่วนภรรยาต้องเป็นช้างเท้าหลัง

การแต่งงานเป็นเรื่องที่ฟุ่มเฟือยและค่อนข้างแพง >> Marriage is an expensive luxury.

Fools build house; wise men buy them. >> คนที่สร้างบ้านอยู่คือคนโง่ คนที่ซื้อบ้านที่สร้างเสร็จอยู่คือคนฉลาด

กินน้ำเผื่อแล้ว >> Keep something for a rainy day.

There is no fool like an old fool. >> ทุกคนไม่มีใครโง่หรอก แต่คนแก่สิโง่

คนโลภมากมักลาภหาย >> Kill not the goose that lays the golden eggs.

Facts are stubborn things. >> ความจริงก็คือความจริงอยู่วันยังค่ำ

อย่าแนะนำคนอื่นในทางที่ผิดๆ อย่างเช่น อย่าชี้โพรงให้กระรอก >> It is a foolish sheep that makes. The wolf his confessor.


Brave actiuons never want trumpet. >> ความดีที่ทำไปไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นรู้

การศึกษาที่ดีเป็นผลทำให้มีกิริยามารยาทที่ดี สุภาพเรียบร้อย >> Good manners are part and parcel of a good education.

A bad workman always blames his tool. >> ตัวเองทำไม่ดีแล้วไปโทษคนนั้นคนนี้

สร้างความเคยชินให้กับตัวเองกับงานที่ทำอยู่ >> Habituate yourself to hard work.

All that glitters is not gold >> สิ่งที่สวย น่าหลงใหล อาจไม่ใช่สิ่งที่มีค่า

คุณเคยไหมเวลาที่เห็นอะไรบางอย่างทางทีวี ทางอินเทอร์เน็ต หรือในหนังสือ แล้วคุณอยากจะได้จนน้ำลายไหลมาว่าจะเป็นเสื้อผ้า กล้อง รถยนต์ มันสวยถูกใจคุณมาก มันดูดีและมีค่า แต่พอคุณไปเห็นสิ่งเหล่านั้นกับตาคุณ กลับไม่เป็นอย่างที่คิดไว้

ในยุคตื่นทองผู้คนเห็นทุกอย่างเป็นทองไปหมด พวกนักขุดทองช่วงกลางปี ค.ศ. 1800 ได้ค้นพบหินสีเหลืองในตอนแรกพวกเขาคิดว่ามันเป็นทอง ด้วยความงาม (glitter) ของมันจึงดึงดูดผู้คนทั่วสารทิศเข้าไปหา แต่ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาพบว่ามันไม่ใช่แร่ทองคำ เป็นเพียงแร่สีเหลืองชนิดหนึ่งที่ไม่มีค่าเอาเสียเลย มันเป็นเพียงกำมะถันและเหล็กเท่านั้น พวกเขาถูกหลอกเสียแล้ว และนี่คือต้นกำเหนิดของสำนวนนี้

สำนวนว่า All that glitters is not gold ดูไปแล้วจะคล้ายอีกสำนวนหนึ่งที่ว่า Do not judge a book by the cover อย่าตัดสินว่าหนังสือดีหรือไม่ดีเพียงแค่เห็นปกของมัน อย่ามองอะไรเพียงผิวเผินเท่านั้น


เห็นไหมครับว่าสำนวนภาษาอังกฤษเป็นอะไรที่ดิ้นตลอดเวลา ไม่ตายตัว พยายามหาข้อมูลและจำสำนวนต่างๆนี้ไว้เยอะๆนะครับ ขอให้เก่งๆกันทุกคนเลยครับ