เรียนภาษาที่อังกฤษ

   
Avertisement


จากประสบการณ์ เรียนภาษาที่อังกฤษ อยากนำมาแชร์ให้เพื่อนๆฟังครับว่าเป็นอย่างไร ได้ประสบการณ์ที่ดีอะไรมา เป็นอยู่อย่างไร ยากไหม เป็นคำถามยอดฮิตเลยทีเดียว ลองมาดูกันครับ

ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวก่อนนะ ผมชื่อโจ้ ได้มาที่นี่เพราะไอโฮส ถามว่ามาที่นี่ได้ไงเพราะว่าผมได้เลือกไอโฮส สาขาจันทบุรี ซึ่งเอเจ้นผมก็คือคุณตาลกับคุณนุ๊กเค้าได้พาผมมา ซึ่งผมสนใจที่จะมาเรียนภาษาที่ประเทศอังกฤษ และผมก็คิดว่าทุกๆคนอาจจะอยากมาที่นี่ด้วยนะครับ

ตอนนี้ที่อังกฤษเป็นอย่างไรบ้าง
ที่นี่ดี อยู่ง่าย อยู่สะบาย ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ถ้าคนไหนคิดว่ายากก็อย่ามาครับดีที่สุด 555 จะได้ไม่เป็นภาระแก่ตนเองและคนอื่น


เรียนภาษาที่อังกฤษ
เรียนภาษาที่อังกฤษ ไม่ยากอยากที่คิด

ไปไหนมาไหนคล่องรึยัง
การเดินทางที่นี่ง่าย เราสามารถใช้บัตรอะไรก็ได้ จะเป็นบัตรเครดิตของคุณก็ได้หรือใช้หนังสือนำเที่ยวเพื่อได้รู้ว่าคุณอยากไปไหน โดยสามารถใช้ Travel card ได้ มีทั้งแบบ Day Travel หรือ oyster card ซึ่งทุกคนสามารถทำได้ครับมีทั้งแบบหมดอายุ และไม่มีวันหมดอายุ โดยมีรูปหน้าของตนเองสามารถลดได้ 30% จะนักศึกษา หรือคนทำงานก็ทำได้หมด น่าสนใจมากเลยทีเดียว

ชีวิตความเป็นอยู่เป็นอย่างไร
จะเป็นบ้านครับ มีตู้มีเครื่องใช้ เตียง ทีวี สำหรับใครที่ชอบดูบอล ดูได้สะบายเลย และสามารถทำอะไรก็ได้ครับตามวีซ่าที่ได้มา เช่น ทำงาน แต่ของผมทำไม่ได้ ที่นี่ร้านอาหารไทยเยอะ ไม่ต้องห่วงไม่ต้องกลัวตกงาน เค้าเห็นคุณเป็นคนไทยเขาก็รับแล้วครับ แต่ก็อยู่ที่มารยาทและการใช้ภาษาของคุณด้วย การใช้ภาษาที่นี่จะผิดแผลกออกไป ยังมียศ ยังมีขุน มีนาย มีลำดับ พื้นที่ต้องห้ามสำหรับเจ้าขุนมูลนายต่างๆ

ที่อังกฤษเรียนอย่างไร
สถาบันที่ผมเรียนคือ แอลพีซี่ ที่ลอนดอน ดีมาก เพอเฟค คนไทยขาดเรื่องอะไร คนไทยยังขาดเรื่อง Co-location ครับ สำคัญมาก ถ้าเกิดไม่รู้ก็พูดแบบงูๆปลาๆ พูดไปเรื่อย เขาฟังเข้าใจได้แต่คำศัพท์แต่ประโยคเพี้ยน สำคัญอีกอย่างก็คือ Pronunciation มาดูกันครับเป็นอย่างไร มันคือโฟเนติก ทำไมจะต้องมีเพราะเมืองไทยไม่มีใครสอน อาจมีสอนซัก 20% ส่วนใหญ่คนไทยมักไม่ค่อยสนใจ แต่มันสำคัญมาก โฟเนติกมีหลายอย่าง มีทั้งเยอรมัน ลาติน ฝรั่งเศส เยอะครับ มันเป็นเสียงในการสะกดคำ

สิ่งที่จะฝากถึงเพื่อนๆที่จะมา
ที่นี่สะบายใจได้นะครับ หนังสือพิมพ์ไม่ต้องซื้อ ไม่ต้องกลัวว่าจะตกข่าว ที่นี่แจกฟรี ไม่มีใครจับคุณหรอกหยิบได้เลย บ้านเมืองเค้าเสรี ที่สำคัญอันนี้ขาดไม่ได้เลยคือ แผนที่รถไฟใต้ดิน ขาดไปก็ดีนะผมว่า เราจะได้ใช้ภาษาในการถาม 555 ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้ในการพูดอย่างยิ่ง ที่นี่อะไรสำคัญกับตัวเรา ID Card, ATM, Credit Card ห้ามหาย บัตรประชาชนหากไม่พก ไม่สามารถซื้ออะไรได้นะครับ ทำไมถึงซื้ออะไรไม่ได้เพราะเราเป็นเอเชียหน้าอ่อน 555 เขาไม่เชื่อว่าเราอายุเยอะ ต้องทำใจเพราะเราเป็นเอเชียเขาจะเช็คเยอะนิดนึง ส่วนหนังสือเดินทางก็เก็บไว้ที่พักนะครับเดี๋ยวหาย

ไอโฮส ดีสุดยอดครับที่ทำให้ผมมาอยู่ที่นี่ได้ บริการดี ยิ้มแย้มแจ่มใส คุยง่าย รู้เรื่อง ไม่ซีเรียสไม่มีเครียด ถามอะไรตอบหมด บางอย่างต้องมาอยู่ที่นี่เองถึงจะรู้เพราะเขาไม่ได้อยู่ด้วยตลอด 24 ชั่วโมง เราต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุด จากที่พูดไปคือ Pronunciation, Co-location ตัวต่อมาที่สำคัญคือ Vocabulary ครับ เพราะอเมริกาและอังกฤษเขาใช้ไม่เหมือนกัน ถ้าพูดไปเขาจะไม่เข้าใจ ผมว่าเขาเข้าใจแหละแต่เค้ากวน เค้าก็จะ What? อ้าว ที่เราเรียนมานี่มันไม่ถูกหรือ

ความคิดผมนะ อยู่เมืองนอกสะบายกว่าเมืองไทย เพราะไม่มีใครรู้จักเรา แต่กฎหมายเขาแรงมาก ที่นี่ข้ามถนนต้องกดสวิทต่างกับบ้านเราเยอะที่อยากข้ามก็ข้าม อยากกระโดดก็กระโดด แหล่งเสื่อมโทรมที่นี่ก็มีนะ ที่ไหนเจริญก็ต้องมีแหล่งเสื่อมโทรมเป็นธรรมดา

ต้องขอขอบคุณสปอนเซอร์นะครับที่ให้ผมมาอยู่ที่นี่ ซึ่งตัวผมไม่ได้จบอินเตอร์ แต่ผมสามารถดำเนินชีวิตที่นี่ได้ ผมมีความสุขแล้วครับ

คอร์สำหรับ เรียนภาษาที่อังกฤษ จะเป็นในช่วงซัมเมอร์ หากกำลังดูข้อมูลการเรียนภาษาที่อังกฤษอยู่แล้วหล่ะก็ ลองดูตามนี้เลยครับ บอกชื่อสถาบันที่ทำการสอนด้วย เผื่อบางคนจะเป็นตัวเลือกในการเรียนครับ

EF Education First สอนหลักสูตร Intensive ระยะเวลาเรียน 1,3 และ 6 เดือน ราคาก็ 65,000 , 190,000 และ 309,000 ตามลำดับ

London Study Centre สอนทั้งหมด 4 หลักสูตร คือ Diploma in Hotel Management, Diploma in Tourism Management, Diploma in Business Management และ Diploma in Human Resource Management ระยะเวลาทุกหลักสูตรคือ 8 เดือน ราคาอยู่ที่ 147,500 147,500 167,250 และ 167,250 ตามลำดับ

ทำไมต้องเลือกเรียนที่ประเทศอังกฤษ หลายๆคนคงจะตั้งตำถามในใจไว้นะครับ ก็เพราะว่า ประเทศอังกฤษเป็นต้นกำเนิดของภาษาอังกฤษ ถ้าได้มีโอกาสมาเรียนที่นี่ ก็หมายความว่า จะได้เรียนภาษาอังกฤษจากต้นฉบับนั่นเอง ซึ่งสามารถเลือกเรียนหลักสูตรที่ตนเองคิดว่าน่าจะทำได้ได้เลย

และที่สำคัญคือ ตัวคุณเองจะได้อยู่ในสภาพแวดล้อม และถูกห้อมล้อมด้วยเจ้าของภาษา เปรียบเสมือนว่าบังคับให้เราต้องฝึก ต้องพูด ซึ่งเป็นการกระตุ้นตัวเราเองได้ดีเลยทีเดียว และคุณซึมซับวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมของอังกฤษไปด้วยอย่างดีเลยทีเดียว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่จะก้าวขึ้นเรียนในระดับที่สูงขึ้นต่อไป

หลักสูตรไหนถึงจะเหมาะสมกับตนเอง คงตั้งเป็นคำถามที่ 2 ไว้แล้วนะครับ มีหลักสูตรมากมายที่สามารถเรียนได้ เช่น หลักสูตรภาษาอังกฤษทั่วไป หลักสูตรเตรียมสอบ IELTS/TOEFL หลักสูตรเคมบริดจ์ หลักสูตรเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย หลักสูตรภาษาอังกฤษเฉพาะทาง และหลักสูตรภาษาอังกฤษช่วงปิดภาคเรียน

ระยะเวลาของหลักสูตรมีตั้งแต่ไม่กี่วันจนถึงหนึ่งปี ขึ้นอยู่กับเนื้อหาและระดับที่คุณต้องการจะเรียน ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรใดหรือระดับใด ก็จะพบว่าการเรียนการสอนที่อังกฤษสามารถนำไปใช้ได้จริง

คงช่วยให้หลายๆคนที่กำลังตัดสินใจอยู่ และต้องการ เรียนภาษาที่อังกฤษ ได้แนวทางในการตัดสินใจนะครับ จากราคาที่ได้นำเสนอไป หรืออาจสอบถามโดยตรง ก็ลองเลือกดูกันเอาครับ โชคดีกับการเรียนภาษาอังกฤษนะครับ